โคเนื้อภูพาน

          โคเนื้อภูพาน  เป็นโคสายพันธุ์ใหม่ที่ถูกพัฒนาพันธุ์ขึ้นมาจากโคเนื้อพันธุ์วากิว (Wagyu) สายพันธุ์ทาจิมะ (Tajima) ของประเทศญี่ปุ่น  ซึ่งได้ถูกน้อมเกล้าถวายให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี  ตั้งแต่ปี  พ.ศ. 2531  และได้ทรงพระราชทานต่อให้กรมปศุสัตว์ร่วมกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ศึกษาความเป็นไปได้ในการเลี้ยงและพัฒนาสายพันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพการเลี้ยงการจัดการของเกษตรกรในประเทศไทย  ซึ่งหากจะพิจารณาถึงหลักการเลี้ยงวัวสายพันธุ์ทาจิมะของประเทศญี่ปุ่นเพื่อผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพสูงที่รู้จักกันในชื่อเนื้อโกเบ  หรือเนื้อมัตซึสากะ  ที่มีความเป็นเลิศด้านรสชาติที่หวานนุ่มละลายในปากและมีราคาแพงที่สุดในโลก กิโลกรัมละตั้งแต่  10,000 - 20,000 บาท  โดยจะต้องเลี้ยงด้วยกรรมวิธีจำเพาะและยุ่งยากซับซ้อน ได้แก่  ให้วัวกินเบียร์ นวดตัว  ฟังเพลงญี่ปุ่น  ให้อาหารข้นสูตรเฉพาะ  กินหญ้าและถั่วเลี้ยงสัตว์ชนิดพิเศษและต้องเลี้ยงในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส  ซึ่งดูเหมือนจะยุ่งยากเกินไปสำหรับเกษตรกรไทยในการเลี้ยงภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและไม่สอดคล้องกับแนวพระราชดำรัสของพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  ที่ทรงให้ไว้กับการส่งเสริมการเลี้ยงปศุสัตว์ที่ทรงเน้นไม่ให้มีความยุ่งยากซับซ้อนมากนัก

          ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริจึงได้เริ่มการศึกษาการเลี้ยง การจัดการและการพัฒนาสายพันธุ์โคเนื้อสายพันธุ์ทาจิมะ ที่ได้รับพระราชทานมาให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่สภาพสังคมของเกษตรกรไทย  โดยประสบความสำเร็จในการทดลองขุนโคเนื้อพันธุ์ดังกล่าว โดยใช้ขั้นตอนและวิธีการที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนจนเกินไป แต่ยังคงได้คุณภาพของเนื้อโคที่มีไขมันแทรกสูงและรสชาติที่ใกล้เคียงกับเนื้อโคขุนคุณภาพที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่นและสามารถพัฒนาสายพันธุ์ให้มีความทนทานต่อสภาพอากาศร้อนชื้น  โรคระบาดและปรับตัวเข้ากับระบบการเลี้ยงและการจัดการระดับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี  นอกจากนั้นยังได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานชื่อใหม่ให้เป็น          “โคเนื้อภูพาน”  ซึ่งมีลักษณะเด่นทางสายพันธุ์  ดังนี้

                   - ขนสั้นสีดำ ผิวหนังตึง  ลำตัวสันทัด

                   - เป็นโคเนื้อที่โตเร็ว  เลี้ยงง่าย  หากินเก่ง  ปล่อยเลี้ยงแทะเล็มหญ้าได้

                   - มีความสมบูรณ์พันธุ์สูงไม่มีปัญหาด้านการผสมพันธุ์ยาก

                   - สามารถทนทานต่ออากาศร้อนชื้นได้เป็นอย่างดี

                   - ทนทานต่อโรคระบาด โรคพยาธิในเลือด

                   - เนื้อมีความนุ่มเป็นพิเศษ มีไขมันแทรกสูงและเป็นไขมันที่มีประโยชน์กับร่างกาย

          นับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  ได้ทรงมีพระราชานุญาตให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  สามารถกระจายพันธุ์ “โคเนื้อภูพาน”                  ให้กับเกษตรกรได้นำไปใช้ประโยชน์โดยการให้บริการผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อแช่แข็ง  ภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนเพื่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรไทยให้มากที่สุด

ผู้บริหาร


นายวิศุทธิ์  เอื้อกิ่งเพชร 
หัวหน้างานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์

ผลสำเร็จที่โด่ดเด่น