ผู้บริหาร


นางทิวาวรรณ ศรีวิชัย
หัวหน้างานศึกษาและพัฒนาด้านป่าไม้

Login Form

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

1.แนวพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

        ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ (Biological Diversity) กล่าวคือมีความหลากหลายทางพันธุกรรม ความหลากหลายในชนิดพันธุ์และความหลากหลายในระบบนิเวศน์ จากสภาพพื้นที่ป่าไม้ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลทำให้พรรณพืชหลากหลายชนิดที่ยังไม่ได้ศึกษาและบางชนิดที่ยังไม่สำรวจพบ สูญพันธุ์ไป

        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีสายพระเนตรที่กว้างและยาวไกล ทรงเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โดยทรงเริ่มดำเนินงานพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพ ตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๐๓ เป็นต้นมา โดยมีพระราชดำริให้ดำเนินการสำรวจรวบรวม ปลูกดูแลรักษาพรรณพืชต่างๆ ที่มีค่า หายาก และกำลังจะหมดไป ต่อมาพ.ศ. ๒๕๓๕ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงสานพระราชปณิธานต่อโดยมีพระราชดำริกับนายแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการพระราชวัง ให้ดำเนินการอนุรักษ์พืชพรรณของประเทศโดยพระราชทานให้โครงการส่วนพระองค์ฯ สวนจิตรลดา เป็นผูดำเนินการจัดสร้างธนาคารพืชพรรณขึ้น ตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นต้นมา

- พ.ศ. ๒๕๐๓ ทรงพยายามปกป้องยางนา ในเกือบทุกปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเสด็จผ่านอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี สองข้างทางมีต้นยางขนาดใหญ่ขึ้นอยู่มาก มีพระราชดำริที่จะสงวนบริเวณป่าต้นยางนี้ไว้เป็นสวนสาธารณะด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ แต่ไม่สามารถจัดถวายตามพระราชประสงค์เพราะมีราษฎรเข้ามาทำไร่ทำนาทำสวนบริเวณนั้นมากจะต้องจ่ายเงินทดแทนในการจัดหาที่ใหม่ในอัตราที่สามารถจัดได้

- พ.ศ. ๒๕๐๔ เมื่อไม่สามารถดำเนินการปกปักรักษาต้นยางนาที่ท่ายางได้ จึงทดลองปลูกต้นยางเอง โดยทรงเพาะเมล็ดที่เก็บจากต้นยางนาในเขตอำเภอท่ายาง ในกระถางบนพระตำหนักเปี่ยมสุขวังไกลกังวล และทรงปลูกต้นยางนาเหล่านั้นในแปลงทดลองป่าสาธิตใกล้พระตำหนักเรือนต้นสวนจิตรลดา พร้อมข้าราชบริพาร เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๔ จำนวน ๑,๒๕๐ ต้น ต้นยางที่ท่ายางสูญสิ้นแต่พันธุกรรมของยางนาเหล่านั้นยังอนุรักษ์ไว้ได้ที่สวนจิตรลดา ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำพรรณไม้จากภาคต่างๆ ทั่วประเทศมาปลูกในบริเวณ ที่ประทับสวนจิตรลดาเพื่อให้เป็นที่ศึกษาพรรณไม้ของนิสิตแทนที่จะต้องเดินทางไปทั่วประเทศ

- พ.ศ. ๒๕๒๘ ทรงใช้เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออนุรักษ์พันธุกรรมพืช

- พ.ศ. ๒๕๒๙ ทรงให้อนุรักษ์พันธุกรรมหวายและจัดทำสวนสมุนไพรขึ้นในสวนจิตรลดา

- พ.ศ. ๒๕๓๑ ทรงให้พัฒนาพันธุ์ผักโดยการผสมสองชั้น

          สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

          พ.ศ. ๒๕๓๕ ทรงเริ่มโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๕ มีพระราชดำริกับนายแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการพระราชวังและผู้อำนวยการโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โดยมอบให้ฝ่ายวิชาการ โครงการส่วนพระองค์ฯ เป็นผู้ดำเนินการ สำหรับงบประมาณนั้นสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้สนับสนุนให้กับโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

 1. แนวพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

       ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ (Biological Diversity) กล่าวคือมีความหลากหลายทางพันธุกรรม ความหลากหลายในชนิดพันธุ์และความหลากหลายในระบบนิเวศน์ จากสภาพพื้นที่ป่าไม้ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลทำให้พรรณพืชหลากหลายชนิดที่ยังไม่ได้ศึกษาและบางชนิดที่ยังไม่สำรวจพบ สูญพันธุ์ไป

       พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีสายพระเนตรที่กว้างและยาวไกล ทรงเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โดยทรงเริ่มดำเนินงานพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพ ตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๐๓ เป็นต้นมา โดยมีพระราชดำริให้ดำเนินการสำรวจรวบรวม ปลูกดูแลรักษาพรรณพืชต่างๆ ที่มีค่า หายาก และกำลังจะหมดไป ต่อมาพ.ศ. ๒๕๓๕ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงสานพระราชปณิธานต่อโดยมีพระราชดำริกับนายแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการพระราชวัง ให้ดำเนินการอนุรักษ์พืชพรรณของประเทศโดยพระราชทานให้โครงการส่วนพระองค์ฯ สวนจิตรลดา เป็นผูดำเนินการจัดสร้างธนาคารพืชพรรณขึ้น ตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นต้นมา

- พ.ศ. ๒๕๐๓ ทรงพยายามปกป้องยางนา ในเกือบทุกปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเสด็จผ่านอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี สองข้างทางมีต้นยางขนาดใหญ่ขึ้นอยู่มาก มีพระราชดำริที่จะสงวนบริเวณป่าต้นยางนี้ไว้เป็นสวนสาธารณะด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ แต่ไม่สามารถจัดถวายตามพระราชประสงค์เพราะมีราษฎรเข้ามาทำไร่ทำนาทำสวนบริเวณนั้นมากจะต้องจ่ายเงินทดแทนในการจัดหาที่ใหม่ในอัตราที่สามารถจัดได้

- พ.ศ. ๒๕๐๔ เมื่อไม่สามารถดำเนินการปกปักรักษาต้นยางนาที่ท่ายางได้ จึงทดลองปลูกต้นยางเอง โดยทรงเพาะเมล็ดที่เก็บจากต้นยางนาในเขตอำเภอท่ายาง ในกระถางบนพระตำหนักเปี่ยมสุขวังไกลกังวล และทรงปลูกต้นยางนาเหล่านั้นในแปลงทดลองป่าสาธิตใกล้พระตำหนักเรือนต้นสวนจิตรลดา พร้อมข้าราชบริพาร เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๔ จำนวน ๑,๒๕๐ ต้น ต้นยางที่ท่ายางสูญสิ้นแต่พันธุกรรมของยางนาเหล่านั้นยังอนุรักษ์ไว้ได้ที่สวนจิตรลดา ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำพรรณไม้จากภาคต่างๆ ทั่วประเทศมาปลูกในบริเวณ ที่ประทับสวนจิตรลดาเพื่อให้เป็นที่ศึกษาพรรณไม้ของนิสิตแทนที่จะต้องเดินทางไปทั่วประเทศ

- พ.ศ. ๒๕๒๘ ทรงใช้เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออนุรักษ์พันธุกรรมพืช

- พ.ศ. ๒๕๒๙ ทรงให้อนุรักษ์พันธุกรรมหวายและจัดทำสวนสมุนไพรขึ้นในสวนจิตรลดา

- พ.ศ. ๒๕๓๑ ทรงให้พัฒนาพันธุ์ผักโดยการผสมสองชั้น

          สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

          พ.ศ. ๒๕๓๕ ทรงเริ่มโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๕ มีพระราชดำริกับนายแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการพระราชวังและผู้อำนวยการโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โดยมอบให้ฝ่ายวิชาการ โครงการส่วนพระองค์ฯ เป็นผู้ดำเนินการ สำหรับงบประมาณนั้นสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้สนับสนุนให้กับโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

      2. เป้าหมาย

                   เพื่อพัฒนาบุคลากร

                                      อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรพันธุกรรมพืช

                                                                   ให้เกิดประโยชน์ถึงมหาชนชาวไทย

      3. วัตถุประสงค์

          - ให้เข้าใจและเห็นความสำคัญของพันธุกรรมพืช

          - ให้ร่วมคิด ร่วมปฏิบัติ จนเกิดประโยชน์ถึงมหาชนชาวไทย

          - ให้มีระบบข้อมูลพันธุกรรมพืช สื่อถึงกันได้ทั่วประเทศ

       4. กรอบการดำเนินงานและกิจกรรมที่ดำเนินการ

          เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ เป้าหมาย แนวทางและมาตรการดำเนินงานที่กำหนดไว้ จึงกำหนดกรอบการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ปัจจุบันดำเนินการในระยะ ๕ ปีที่ห้า (ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ – กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙) โดยมีกรอบการดำเนินงานดังนี้

 

4.1 กรอบการเรียนรู้ทรัพยากร

          เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการพัฒนาและด้านการบริหารจัดการด้านการปกปักพันธุกรรมพืช สำรวจรวบรวมพันธุกรรมพืช และปลูกรักษาพันธุกรรมพืช โดยมีกิจกรรมที่สนับสนุนได้แก่

กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืช

          เป็นกิจกรรมที่มีการปกปักรักษาพื้นที่โครงการฯ เนื้อที่ ๑๐๐ ไร่ ให้ปลอดภัยจากการบุกรุก การเข้าทำลายของบุคคล สัตว์เลี้ยง และภัยธรรมชาติ จากนั้นมีการสำรวจขึ้นทะเบียนทำรหัสประจำต้น

กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืช

          เป็นกิจกรรมที่ดำเนินดำเนินการสำรวจรวบรวมพันธุกรรมในพื้นที่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงหรือสูญสิ้นจากการพัฒนา เช่น จากการก่อสร้าง การทำการเกษตร ภัยธรรมชาติ ซึ่งพันธุกรรมพืชในพื้นที่เหล่านี้จะสูญสิ้น จึงมีการออกสำรวจรวบรวมในรูปแบบเมล็ด กิ่ง ต้น เป็นการดำเนินงานนอกพื้นที่จากพื้นที่โครงการฯ เขตรัศมี ๕๐ กิโลเมตร

กิจกรรมที่ 3 กิจกรรมปลูกรักษาพันธุกรรมพืช

          เป็นกิจกรรมที่ต่อเนื่องจากกิจกรรมสำรวจรวบรวมพันธุกรรมพืช โดยการนำพันธุกรรมไปเพาะและปลูกในพื้นที่ปลอดภัยหรือในพื้นที่โครงการฯ ปัจจุบันพรรณไม้ตัวอย่างที่ปลูกรวบรวมในพื้นที่โครงการฯ ประมาณ 300 กว่าชนิด

4.2 กรอบการใช้ประโยชน์

          เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานศึกษาวิจัยในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ ทั้งในด้านการพัฒนาและการบริหารจัดการให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันและเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อกัน รวมทั้งพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศโครงการฯ ให้เป็นเอกภาพสมบูรณ์เป็นปัจจุบัน และบรรลุจุดมุ่งหมายตามแนวพระราชดำริฯ โดยมีกิจกรรมที่ดำเนินงานสนับสนุนได้แก่

กิจกรรมที่ 4 กิจกรรมอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืช

          เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการศึกษาประเมินพันธุกรรมพืช ที่สำรวจเก็บรวบรวมมาปลูกไว้ โดยมีการศึกษาประเมินในสภาพธรรมชาติ แปลงทดลอง การปลูกเลี้ยง การเขตกรรม การใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ เพื่อศึกษาคุณสมบัติ คุณภาพ

  • การศึกษาการขยายพันธุ์ผักหวานป่า (การเพาะเมล็ดและการตอน)
  • การศึกษาความหลากหลายของสมุนไพรป่าภูพานสำรวจพบ 235 ชนิด

กิจกรรมที่ 5 กิจกรรมศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช

          เป็นการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช บันทึกข้อมูลการสำรวจเก็บรวบรวม ศึกษาประเมิน อนุรักษ์ และใช้ประโยชน์ รวมทั้งการจัดทำฐานข้อมูลพรรณไม้ โดยทำการบันทึกในคอมพิวเตอร์  เพื่อเป็นฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชให้มีระบบฐานข้อมูลที่สื่อกันได้ทั่วประเทศ

          ในระบบฐานข้อมูลที่ดำเนินการและจัดทำมีในส่วนของข้อมูล

                   -ข้อมูลสมุนไพรป่าภูพาน 235 ชนิด

                   -ข้อมูลเห็ดป่าภูพาน 185 ชนิด

                   -ข้อมูลพรรณไม้ป่า รวมทั้งกล้วยไม้ป่า จำนวน 300 กว่าชนิด

4.3 กรอบการสร้างจิตสำนึก

เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายต่างๆ โดยเฉพาะเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษาและบุคคลทั่วไป ได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพืชพรรณไม้ และการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชของประเทศ จนตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อมหาชนชาวไทย โดยมีกิจกรรมที่ดำเนินงานสนับสนุนได้แก่

กิจกรรมที่ 8 กิจกรรมพิเศษสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช

          ดำเนินงานที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของอพ.สธ. โดยอยู่ในกรอบของแผนแม่บท นอกจากนั้นยังเปิดโอกาสให้เยาวชนและบุคคลได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ

QR code



ยางนาราชาแห่งป่าไม้


ต้นแดง